วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565

“คูโบต้า พลังใจสู้ภัยหนาว” จัดคาราวานเสื้อกันหนาวเป็นปีที่ 23 พร้อมจับมือ “กองทัพบก” เดินหน้ามอบไออุ่นให้ผู้ประสบภัยหนาว 10,000 ตัว สมาคมสื่อเกษตรฯร่วมกิจกรรม

    บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าสานต่อโครงการ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 จัดขบวนคาราวานร่วมกับกองทัพบก ลงพื้นที่มอบเสื้อกันหนาว 10,000 ตัว ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาว และขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม ใน 4 จังหวัด ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมจับมือร้านค้าผู้แทนจำหน่ายมอบอุปกรณ์กีฬาและสิ่งของจำเป็นให้กับชุมชนในพื้นที่ ตอกย้ำการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันในการมุ่งมั่นเคียงข้างสังคมและเกษตรกรไทย ในการนี้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ได้ร่วมแจกเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง และแจกหน้ากากอนามัย ที่ได้รับการสนัลสนุนจากสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ในงานนี้ด้วย



     นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “โครงการ KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาว เป็นกิจกรรมที่สยามคูโบต้า ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล และแสดงความห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เด็กๆ เยาวชน รวมถึงพี่น้องเกษตรกรทุกคน โดยตลอดระยะเวลา 44 ปี เราตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของสยามคูโบต้า ทั้งนี้ สยามคูโบต้าได้รับความร่วมมือจากกองทัพบกที่ทำงานใกล้ชิดดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกล จึงมีความเข้าใจและเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายร่วมกัน โดยเราจะพิจารณาพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล และมีประชาชนที่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว นอกจากนี้ยังคำนึงถึงความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ภัยหนาวด้วย




     สำหรับในปีนี้ สยามคูโบต้าได้แบ่งปันความอบอุ่นผ่านเสื้อกันหนาว 4 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดตาก และจังหวัดลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดหนองคาย และจังหวัดเลย รวมทั้งสิ้นจำนวน 10,000 ตัว มูลค่ารวม 3,000,000 บาท พร้อมกันนี้ ยังได้รับร่วมมือจากร้านค้า                   ผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้าในพื้นที่ ดำเนินกิจกรรม Better Together เคียงข้างสร้างอนาคต มอบอุปกรณ์กีฬาเพื่อเสริมสร้างทักษะกีฬาและการออกกำลังกายให้แก่เยาวชน และสิ่งของจำเป็นเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่อีกด้วย เราภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันความอบอุ่น และสร้างกำลังใจในทุกพื้นที่ที่เราได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ได้เห็นความสุขของพี่น้องประชาชนและเด็กๆ ทั้งนี้ สยามคูโบต้าต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ให้ความร่วมมือในการเดินหน้าส่งเสริมคุณภาพชีวิต และแบ่งปันพลังแห่งความอบอุ่นเคียงข้างพี่น้องประชาชนและสังคมไทย” 



    พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า “กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ พร้อมเข้าให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนในทุกกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งสยามคูโบต้า เป็นภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนกองทัพบกมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ปี 



    ทั้งนี้ จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวในห้วงปลายเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ดังนั้น การรับมอบเสื้อกันหนาวในครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นการร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น ระหว่างกองทัพบก และสยามคูโบต้าในการสนับสนุนแก้ไขปัญหาภัยหนาวให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ กิจกรรมที่จะร่วมกันจัดขึ้นในพื้นที่จะทำให้ประชาชนได้มีรอยยิ้ม มีความสุข รวมทั้งได้รับความอบอุ่นจากเสื้อกันหนาวที่มอบสู่ประชาชนในโอกาสเดียวกัน” 

    จากวันแรกของการริเริ่มโครงการจวบจนปีที่ 23 วันนี้สยามคูโบต้าได้บรรเทาความหนาวให้พี่น้องประชาชนไปแล้วกว่า 160,000 ราย ด้วยความมุ่งหวังสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมมุ่งมั่นตอบแทนสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร และร่วมเป็นพลังในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดียิ่งขึ้น

พื้นที่มอบเสื้อกันหนาว โครงการ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว” ปีที่ 23 ได้แก่

จังหวัดตาก บ้านแม่หละคี ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง บ้านเลอตอ ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด บ้านพะกา ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดลำปาง ตำบลปงเตา อำเภองาว จังหวัดเลย ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ ตำบลน้ำทูน อำเภอท่าลี่ จังหวัดหนองคาย ตำบลนางิ้ว อำเภอสังคม ตำบลแก้งไก่ อำเภอสังคม



.    ด้าน ดร.อภิวัฒน์ จ่าตา นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรเเห่งประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นกิจกรรมที่ดีที่ทาง บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ทำเพื่อสังคม สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จึงเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยประสานกับพันธมิตรทางการเกษตร คือ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือเมล็ดพันธ์ุตราศรแดง สนับสนุนเมล็ดพันธ์ุผัก แจกจ่ายให้กับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้ายแมาหละคี อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เพื่อปลูกเป็นอาหารกลางวัน และแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565

แม็คโคร รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก มกอช. ตอกย้ำการเป็นสถานจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน ปลอดภัย


    บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นางจุฑารัตน์ พัฒนาทร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายประกันคุณภาพ รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณเพื่อยกย่องผลการปฏิบัติงานที่ดีเยี่ยม ในส่วนของสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน Q (Q Modern Trade) และสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organics Shop) ดีเด่น ระดับทอง จาก นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. ภายในงานวันสถาปนา สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีที่มี นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรุงเทพฯ

    ทั้งนี้ แม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ ได้เข้าร่วมโครงการสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน Q  (Q Modern Trade) และสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organics Shop) เพื่อตอกย้ำและสร้างความมั่นใจในการควบคุมคุณภาพสินค้า และเป็นสถานที่จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานปลอดภัย ตอกย้ำการเป็นช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่งเพื่อกระจายผลผลิตจากเกษตรกรไทยไปสู่มือผู้ประกอบการและผู้บริโภค

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดจำหน่าย “สินค้าเด่น 6 ภาค” และ ฝึกอาชีพด้านการเกษตร ฟรี ในวาระครบรอบ 55 ปี วันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร

    กรมส่งเสริมการเกษตรเชิญผู้สนใจร่วมอุดหนุนสินค้าเกษตรเกรดพรีเมี่ยมจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเด่น6 ภาค มาจำหน่ายในงาน พร้อม Kick Off  ฝึกอาชีพด้านการเกษตร 55 หลักสูตรฟรีตลอดปี 2566 โดยนำร่องก่อน 5 หลักสูตร ในกิจกรรม ฝึกอาชีพเกษตรโดนใจคนเมือง เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 55 ระหว่างวันที่ 20 – 21 ตุลาคม 2565



    นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร ครบรอบ 55 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดกิจกรรมพิเศษขึ้น ระหว่างวันที่ 20 – 21 ตุลาคม 2565 ประกอบด้วย กิจกรรมเปิดตัวสินค้าเด่น 6 ภาค ซึ่งคัดสรรมาจากสินค้าเกรดพรีเมี่ยมจากเกษตรกรทั่วประเทศมาจำหน่ายในงาน และกิจกรรมKick Off  ฝึกอาชีพเกษตร โดนใจคนเมือง โดยจัดสอนหลักสูตรฝึกอาชีพด้านการเกษตรระยะสั้น ทำง่าย ทำได้จริง เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 55 หลักสูตร พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตรในปี งบประมาณ 2566 ภายใต้แนวคิด “Keep Going, Keep Growing” ที่ขับเคลื่อนด้วย BCG Model สอดคล้องกับการส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในงานส่งเสริมการเกษตรให้ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อมุ่งสู่เกษตรมูลค่าสูง ขับเคลื่อนงานพระราชดำริ และเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ เสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ และการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพและการบริหารจัดการองค์กร





    อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมเปิดตัวสินค้าเด่น 6 ภาค จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 ตุลาคม 2565 ณ ลานจอดรถ อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้แนวคิด การเปิดตัวสินค้าที่มีจุดเด่นที่กรมส่งเสริมการเกษตรคัดเลือกจากทั่วประเทศ เช่น มียอดขายสูง มีการใช้นวัตกรรม มีการต่อยอดทางด้านการตลาด เพื่อนำเสนอให้เห็นถึงปัจจัยที่นำมาซึ่งความสำเร็จของยอดจำหน่ายรวม 500 ล้านบาทในเวลาเพียงแค่ 2 ปี ของเว็บไซต์ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรจริงจริงทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง” ซึ่งรวบรวมสินค้าฝีมือเกษตรกรเอาไว้ถึง 1,044 รายการ กลายเป็นศูนย์รวมสินค้าเกษตรที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีนวัตกรรม 9 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ผลไม้ ข้าวและธัญพืช สมุนไพรและเครื่องสำอาง ผ้าและเครื่องแต่งกาย หัตถกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และอื่น ๆ  โดยสินค้าเด่น 6 ภาคที่คัดสรรมา อาทิ ชุดทดลองเพาะต้นอ่อนทานตะวัน จากลพบุรี มะนาวน้ำผึ้ง อบแห้ง จากราชบุรี เมล่อน จากมาลีฟาร์ม@อรัญ จ. สระแก้ว ข้าวแตนพันหน้า จากขอนแก่น กล้วยหนึบ จากเชียงใหม่ และกาแฟถ้ำสิงห์ กาแฟโรบัสต้าคุณภาพ จากชุมพร นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆ จากเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งนำสินค้าดี สินค้าเด่นของแต่ละจังหวัดมาจำหน่าย จำนวน 30 บูธ อาทิ อโวคาโดพันธุ์ดีจากจังหวัดตาก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากจังหวัดฉะเชิงเทรา สับปะรดบ้านคาราชบุรี ส้มโอทับทิมสยามจากนครศรีธรรมราช มะพร้าวน้ำหอมคุณภาพจากจังหวัดสมุทรสาคร ผลิตภัณฑ์ลำไยแปรรูปจากลำพูน และผักสลัดคุณภาพดีจากจังหวัดกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีสินค้าแปรรูปด้านการเกษตรอีกมากมายอีกด้วย




    สำหรับกิจกรรมฝึกอาชีพด้านการเกษตร ประกอบด้วย 55 หลักสูตร ภายใต้แนวคิด “55 หลักสูตร 55 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร” โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เป็นการเปิดตัว “กิจกรรมอบรมฝึกอาชีพเกษตร โดนใจคนเมือง” ณ อาคาร 7 กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดอบรมจำนวน 5 หลักสูตร เป้าหมายผู้เข้าอบรม 550 คน ได้แก่ การปลูกผักคนเมือง การเพาะต้นอ่อนผักงอกสำหรับคนเมือง น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า และก๋วยเตี๋ยวลุยสวนจากผักงอก ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนทั่วไปที่สนใจลงทะเบียนสมัครเข้าอบรมล่วงหน้า โดยภายในงานยังมีไฮไลต์คือ การนำเสนอแนวคิดในการปลูกผักในพื้นที่จำกัด เช่น การปลูกผัก “ชูรส” ได้แก่ ข่า ขิง กระชาย ขมิ้น การปลูกผัก “ชูกลิ่น” ได้แก่ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ แมงลัก และผักเมนูอาหาร “ผัดฉ่า” ต้มยำ” “แกงอ่อม” และ “แกงเขียวหวาน” และการศึกษาดูงานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลด้วย นอกจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการจัด “กิจกรรมอบรมฝึกอาชีพ มีดีที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ” จำนวน 50 หลักสูตร ณ ศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งตั้งอยู่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 - สิงหาคม 2566 โดยจะเป็นหลักสูตรที่เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมเมือง สอดคล้องกับหลักการของ BCG Model และการส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

แม็คโคร ผนึกภาครัฐ ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ลงพื้นที่มอบสิ่งของจำเป็นต่อเนื่อง


    บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)  ตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจเคียงข้างชุมชน ระดมพนักงานทั่วประเทศ ร่วมแรงร่วมใจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมนำน้ำดื่ม สิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพส่งมอบแทนความห่วงใย




     “แม็คโคร” ทุกสาขาต่างให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย ยึดมั่นกับจุดยืนคนไทยไม่ทิ้งกัน เคียงข้างในทุกสถานการณ์  โดยเฉพาะสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้รวบรวมทีมพนักงานจิตอาสา ทยอยลงพื้นที่มอบสิ่งของจำเป็นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงสร้างผลกระทบและความเดือดร้อนให้กับประชาชนในหลายจังหวัด โดย กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สรุปพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ (16 ต.ค.65) จำนวน 59 จังหวัด มีประชาขน 425,287 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว   





    พร้อมกันนั้น ยังร่วมมือกับกรมการค้าภายใน จัดเตรียมสินค้าอุปโภค-บริโภค และสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัย ไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน รวมถึงการดูแลลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย โชห่วย และร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ให้ฟื้นฟูธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว


 

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565

เกษตรฯ ขึ้นรับรางวัล BRONZE AWARD จากการนำเสนอพืชสวนไทยผ่าน Thailand Pavilion ในงาน EXPO 2022 Floriade Almere

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้เข้าร่วมงาน The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม2563 นั้น และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในนามประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานราชการอี่นๆ และภาคเอกชน โดยตลอดการจัดงานกว่า 6 เดือน Thailand Pavilion นอกจากมีความโดดเด่น สวยสง่าด้วยพืชพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ที่ได้รับการจัดวางรายล้อมรอบอาคารแล้วยังมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ส่งผลให้มียอดผู้เข้าชมThailand Pavilion รวมกว่า 
3.05 แสนคน






ดร.เฉลิมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า วันที่ 9 ตุลาคม 2565 มีพิธีปิดการจัดงาน EXPO 2022 Floriade Almere และได้มอบหมาย นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรงอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้แทนเข้าร่วมงานดังกล่าว และในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอแสดงความยินดีกับ Thailand Pavilion ที่ได้รับรางวัล BRONZE AWARD สำหรับ Official Participants Competition Indoor Presentation ในการจัดงาน The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) จากการเข้าร่วมงานในนามของประเทศไทย ผ่านแนวคิด “TRUST Thailand” เข้าใจทุกความแตกต่าง เชื่อมั่นความปลอดภัย เปิดโลกทัศน์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ มุมมองที่คุณไม่เคยเห็น ที่นี่ประเทศไทย โดยมีบ้านไทย หรือ Thailand Pavilion เป็นสัญลักษณ์ความเป็นไทยที่ตั้งตระง่านอยู่กลางสถานที่จัดงาน EXPO 2022 Floriade Almere 
 ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ทำให้นานาชาติได้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าด้านการเกษตรของประเทศไทย การสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเกษตรและสินค้าเพื่อสุขภาพของไทย การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือเรื่องพืชสวนระหว่างกัน รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผู้บริโภคหรือคู่ค้าในระดับสากล



นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า งานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) ในปีนี้จบลงได้ด้วยความช่วยเหลือจากทุกๆ ฝ่าย ทั้งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน ที่ร่วมแรงร่วมใจในการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทย ให้เป็นที่รู้จักต่อนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายชาตรี อรรจนานันท์ เอกอัครราชทูต  กรุงเฮก ที่คอยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ดำเนินการจัดขึ้น ณ Thailand Pavilion และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ตัวกลางหลัก ในการนำสินค้าเกษตรเปิดตลาดในห้างสรรพสินค้าทั้งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสได้เป็นที่เรียบร้อย รวมทั้งกรมศิลปากรที่ร่วมกันออกแบบ ตกแต่งบรรยากาศรอบ Thailand Pavilion จนทำให้ประเทศไทยสามารถได้รับรางวัล BRONZE AWARD มาครองในครั้งนี้

 

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กรมส่งเสริมการเกษตร ฉลองสถาปนาครบ 55 ปี จัดใหญ่ ภายใต้แนวคิดการทำงาน “Keep Going, KeepGrowing”

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องด้วยวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร โดยในปีงบประมาณ 2566 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะครบรอบ 55 ปีการสถาปนา จึงกำหนดแนวทางในการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Keep Going, Keep Growing” ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเกษตรกรของเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงไม่หยุดยั้ง มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับเกษตรกร โดยเน้นหลักตลาดนำการผลิต และนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใน 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญ 15 เรื่อง รวมทั้งกรอบ “9 ความท้าทาย ก้าวต่อไปของนักส่งเสริมการเกษตร” ซึ่งประกอบด้วย 

ก้าวแรก ขับเคลื่อนงานพระราชดำริ และเกษตรกรรมยั่งยืน

ก้าวสอง ขับเคลื่อน BCG Model ควบคู่กับการส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ 

ก้าวสาม ส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ เกษตรอัจฉริยะ มุ่งสู่เกษตรมูลค่าสูง 

ก้าวสี่ ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในงานส่งเสริมการเกษตรให้ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ

ก้าวห้า สร้างผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่

ก้าวหก ส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ

ก้าวเจ็ด สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการทางานในพื้นที่

ก้าวแปด ผลักดันการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานต่าง ๆ และ

ก้าวเก้า พัฒนาศักยภาพและการบริหารจัดการองค์กร



อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า เพื่อฉลองครบรอบการสถาปนาปีที่ 55 ของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเกษตรที่น่าสนใจหลากหลายกิจกรรม ได้แก่ ในช่วงวันคล้ายวันสถาปนากรม วันที่ 20-21 ตุลาคม 2565 ณ บริเวณกรมส่งเสริมการเกษตร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 55 ปี การอบรมฝึกอาชีพ 5 หลักสูตร ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ หลักสูตรการปลูกพืชผักคนเมือง การเพาะต้นอ่อนผักงอกสำหรับคนเมือง น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนจากผักงอก การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า รองรับผู้สนใจกว่า 550 คน และเชิญเลือกซื้อสินค้าจากตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพดีฝีมือเกษตรกร 9 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ผลไม้ ข้าวและธัญพืช สมุนไพรและเครื่องสำอาง ผ้าและเครื่องแต่งกาย หัตถกรรม
และสิ่งประดิษฐ์ ผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และอื่น ๆ  




นอกจากนี้ตลอดทั้งปี 2566 ศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้ง 50 ศูนย์ ซึ่งตั้งอยู่ทั่วประเทศ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน จัดกิจกรรมสนับสนุนองค์ความรู้เฉพาะด้านให้แก่เกษตรกร ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวการจัดงาน และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook: กรมส่งเสริมการเกษตร.

 

“รมช.ประภัตร” เปิดงานครบรอบ 20 ปี วันสถาปนา มกอช. 2 ทศวรรษ การมาตรฐานก้าวไกล สินค้าเกษตรไทยยั่งยืน


    
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนา สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมทั้งกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี มกอช. ในวันที่ 9 ตุลาคม 2565 และมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและบุคลากรของ มกอช. โดยมี นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. พร้อมด้วย นางสาวเสาวลักษณ์ ศุภกมลเสนีย์ นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการ มกอช. แขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องประชุม 511 อาคาร 5 มกอช.



​    เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า มกอช. มีภารกิจเป็นหน่วยงานกลางด้านการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยทำหน้าที่กำหนด ส่งเสริม ควบคุม และดูแลระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรตั้งแต่ระดับไร่นาจนถึงผู้บริโภค ตลอดจนการเจรจาแก้ไขปัญหาทางการค้าเชิงเทคนิค เพื่อปรับปรุงและยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก 

​    สำหรับงานสถาปนาครบรอบปีที่ 20 มกอช. จัดขึ้นภายใต้ธีม “2 ทศวรรษ มกอช. การมาตรฐานก้าวไกล สินค้าเกษตรไทยยั่งยืน” เพื่อตอกย้ำถึงแนวทางการดำเนินงานของ มกอช. ที่มุ่งขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วย “3S” (Safety, Security,Sustainability) และ BCG Model เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยกระดับพัฒนางานด้านการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร ประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้ Safety หรือ food safety ความปลอดภัยทางอาหาร หมายถึง การจัดการให้อาหารและสินค้าเกษตรที่นำมาเป็นอาหารบริโภคสำหรับมนุษย์มีความปลอดภัยจากอันตรายที่มาจากอาหาร ได้แก่ อันตรายทางชีวภาพ อันตรายทางเคมี หรืออันตรายทางกายภาพ ผ่านกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน safety ตั้งแต่ระดับฟาร์ม คือ มาตรฐาน GAP ต่อเนื่องไปยังการแปรรูป คัดบรรจุ คือ มาตรฐาน GMP และสืบเนื่องไปถึงผู้บริโภค 



    Security ความมั่นคงทางอาหาร มกอช. มุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานที่ก่อให้เกิดการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการเสริมสร้างเกษตรกร และองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมเกษตรพอเพียง ร่วมสร้าง Young Smart Farmer ได้แก่ Q อาสา ที่ปรึกษาเกษตรกร เยาวชนในโครงการเกษตรเพื่อชีวิต และ Q School การสร้างวิทยากรตัวคูณ และการสร้างต้นแบบโรงคัดบรรจุหรือโรงแปรรูป เพื่อให้ภาคเกษตรมีความมั่นคง สินค้าเกษตรมีความหลากหลาย พร้อมเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับร้าน Q Restaurant ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ (DGTFarm) Q Market และ Q Modern Trade เพื่อยกระดับการผลิตของภาคการเกษตรและเกษตรแปรรูปไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูง Sustainable ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน มกอช. มีมาตรฐานการผลิตอย่างยั่งยืนที่จัดทำแล้ว ได้แก่ มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มยั่งยืน มาตรฐานการผลิตข้าวยั่งยืน มาตรฐานการผลิตกุ้งทะเลยั่งยืน เกษตรอินทรีย์ พืชสมุนไพร แมลงเศรษฐกิจ เป็นต้น

     เลขาธิการ มกอช. กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมกอช. มีมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ประกาศใช้แล้ว เป็นมาตรฐานทั่วไป 382 เรื่อง มาตรฐานบังคับ 8 เรื่อง และระบบการรับรองและการเทียบเคียงมาตรฐาน เช่น การพัฒนาระบบการรับรองผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ โดยการประยุกต์ใช้ระบบการประเมินผู้ส่งมอบ (Supplier Audit) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตเข้าสู่ระบบรับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย การควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับไร่นาจนถึงผู้บริโภค การส่งเสริมการนำมาตรฐานไปสู่การปฏิบัติตลอดห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) โดยสร้างแรงจูงใจในการเข้าสู่ระบบมาตรฐานความปลอดภัย และผลักดันให้เกษตรกรนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ให้ทั่วถึง ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไทยพัฒนาศักยภาพการผลิต ยกระดับสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสากล ทำให้ผลิตภัณฑ์และสินค้าเกษตรของไทยมีมูลค่าสูงขึ้น ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาสนับสนุนงานด้านมาตรฐาน ทั้งระบบตามสอบย้อนกลับ QR Trace on Cloud องค์ความรู้ด้านการผลิตและการจัดการ ทั้งการจัดเก็บข้อมูลและสร้างระบบข้อมูลสินค้าเกษตร รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

     “สำหรับก้าวต่อไป มกอช. จะนำ BCG Model ที่นำทรัพยากรมาผลิตและใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด รวมถึงกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด มาใช้ขับเคลื่อน “3S” ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตร จากเดิมที่ผลิตมากแต่สร้างรายได้น้อย ไปสู่การผลิตมากและสร้างรายได้มาก ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง และประการหนึ่งที่สำคัญ คือ การทำงานที่เกิดความร่วมมือจากพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกรและภาคประชาชน เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนงานการมาตรฐานของไทยให้ก้าวไกล และสินค้าเกษตรไทยยั่งยืน” เลขาธิการ มกอช. กล่าว



    ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้รับบริการจาก มกอช.จำนว 9 รางวัลได้แก่1) ประเภทตรวจสอบรับรองด้านสินค้าเกษตรและอาหาร จำนวน 6 รางวัล 2) ประเภทสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน จำนวน 72 รางวัล 3) สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดดีเด่น จำนวน 12 รางวัล และรางวัลเชิดชูเกียรติ จำนวน 35 รางวัล รวมทั้งมีนิทรรศการย้อนรำลึก 2 ทศวรรษ มกอช. “ACFS 20th Anniversary: the journey of food safety” และก้าวสู่อนาคต“มกอช.กับการขับเคลื่อนงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)”

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กรมการข้าวนำทีมสื่อมวลชน เยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีของศูนย์ข้าวชุมชน ณ จังหวัดนครราชสี


   
 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา นำทีมสื่อมวลชน เยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีของศูนย์ข้าวชุมชน ณ ศูนย์ข้าวชุมชนองค์กรเกษตรอินทรีย์สีคิ้ว และศูนย์ข้าวชุมชนท่าเยี่ยม จังหวัดนครราชสีมา  เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีของศูนย์ข้าวชุมชนที่ประสบความสำเร็จ สามารถเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของชาวนาในชุมชน และของประเทศ  ตลอดจนการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่าย รวมทั้งผลักดันให้ศูนย์ข้าวชุมชนเข้าร่วมการดำเนินงานเชิงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่มากขึ้น  



    นายนรภัทร ศรีษะนอก นักวิชาการเกษตรชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับศูนย์ข้าวชุมชนองค์กรเกษตรอินทรีย์สีคิ้วและศูนย์ข้าวชุมชนท่าเยี่ยม เป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยจุดเริ่มต้นในการรวมกลุ่มเป็นศูนย์ข้าวชุมชน คือมีการปรึกษาหารือร่วมกันอยากจะพัฒนาอาชีพตนเองในเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เอง และในชุมชนมีความต้องการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้จำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง กรมการข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมาจึงได้เข้ามาส่งเสริมในด้านการผลิต ด้านองค์ความรู้ ด้านวิชาการต่างๆ ซึ่งในการจัดตั้งเป็นศูนย์ข้าวชุมชนจะช่วยแก้ไขปัญหาตามความต้องการของสมาชิกและชุมชน มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน มีหลักเกณฑ์ และระเบียบเพื่อถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีหลักการในการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ปัจจุบันกลุ่มได้มีการต่อยอดจัดตั้งป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนหรือเป็นแหล่งศึกษาดูงานของสมาชิกและชุมชนอีกด้วย




    นายจำนง พันธุ ประธานศูนย์ข้าวชุมชนองค์กรเกษตรอินทรีย์สีคิ้ว กล่าวว่า ในอดีตเกษตรกรในชุมชนตำบลบ้านหันส่วนใหญ่มีการทำนา โดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรทำการคัดเมล็ดพันธุ์เอง หรือแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกรด้วยกัน ทำให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ คุณภาพของข้าวต่ำ เมล็ดพันธุ์ดีจากหน่วยงานมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทางชุมชนจึงได้รวมกลุ่มกันภายในชุมชนจัดตั้งเป็น “ศูนย์ข้าวชุมชนองค์กรเกษตรอินทรีย์สีคิ้ว” เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ดี โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้นอีกด้วย และปัจจุบันได้จัดเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนหรือเป็นแหล่งศึกษาดูงานของสมาชิก ศูนย์กลางการพัฒนาการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ของชุมชนและให้บริการความรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ ข้าวปลอดภัยแก่ชาวนาในชุมชนและส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกัน ผลิต แปรรูปและจำหน่ายสู่ท้องตลาด พัฒนาเกษตรกรให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ สามารถพึ่งตนเองได้ แม้ว่าศูนย์ข้าวชุมชนองค์กรเกษตรอินทรีย์สีคิ้ว เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มเล็ก ๆ แต่ก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ของคนในกลุ่ม และการช่วยเหลือและส่งเสริมจากกรมการข้าว ทำให้ศูนย์ฯนี้กลายเป็นศูนย์ข้าวชุมชน คนต้นแบบให้กับชาวนาได้ทั่วประเทศ




    ด้านนายจารึก กมลอินทร์ ประธานกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนท่าเยี่ยม ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย  จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นในการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายจากเดิมคือเพื่อให้เกษตรกรในชุมชนได้มีเมล็ดพันธุ์ดีไว้ใช้ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บไว้ใช้เอง ไม่ค่อยได้มีการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ต่ำ เมื่อนำไปจำหน่ายให้โรงสีจะถูกตัดราคาลงมามาก หลังจากศูนย์ข้าวชุมชนท่าเยี่ยมผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพออกมาเพื่อให้สมาชิกและเกษตรทั่วไปได้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีแล้ว มีเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ดีจากทางกลุ่มมากขึ้น ทำให้ทางกลุ่มมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่าย ซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่ทางกลุ่มผลิตนั้นจะต้องได้คุณภาพมาตรฐานและการยอมรับจากเกษตรกรและบุคคลทั่วไป จึงได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเกษตรที่ใช้เมล็ดพันธุ์จากทางกลุ่ม ว่าจะได้เมล็ดที่ดีและมีคุณภาพตามมาตรฐานตามที่หน่วยงานราชการกำหนด โดยทางศูนย์ข้าวชุมชนท่ายเยี่ยม ได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ องค์ความรู้ต่างๆในการผลิตเมล็ดพันธุ์ จากกรมการข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ทำให้ทางกลุ่มมีเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนทั้งในระดับจังหวัด  ระดับภาคและระดับประเทศ เป็นจำนวนมาก เกษตรกรสมาชิกและในชุมชนก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามไปด้วย

 

สวก.หนุนงานวิจัย “ไข่ผำ”...ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

  สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าพัฒนางานวิจัย      ขานรับนโยบาย รัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต ปฏิรูปภาค...