วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

เกษตรกร-เอกชนไลฟ์สดซื้อ-ขายรังไหม​ สุดปัง​ 3 วันยอดทะลุ​ 5ล. เกษตรกร-เอกชนกลุ่มหม่อนไหมปังสุดๆ​



     ปรับตัวยุคโควิด​ ไลฟ์สดซื้อ-ขายรังไหม​ โชว์ขั้นตอนตั้งแต่คัดเกรด​ ตีราคารังไหม​ ชี้เพื่อความปลอดภัยโปร่งใส​ เป็นธรรมของผู้ซื้อ​-ผู้ขาย​  ทึ่ง​!! 3วันสร้างรายได้กว่า​ 5ล้าน



      นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในระบบเกษตรพันธสัญญาหรือการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ตามนโยบายตลาดนำการผลิต ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรหม่อนไหมมีรายได้มากขึ้น และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ปัจจุบันได้ประสานให้มีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด ซึ่งรับซื้อรังไหมตามเกณฑ์มาตรฐานและเป็นธรรม 



      อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐบาล บริษัทจุลไหมไทยได้ปรับกระบวนการรับซื้อรังไหมในรูปแบบ New Normal คือเปลี่ยนจากการรับซื้อ ตรวจคุณภาพและตีราคารังไหมในพื้นที่ เป็นการรับรังไหมกลับมาที่บริษัทซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วถ่ายทอดสดการตรวจคุณภาพและตีราคารังไหมให้เกษตรกรชม ในเฟซบุ๊ค กลุ่ม “เกษตรกรจุลไหมไทย” ทำให้เกษตรกรสามารถเห็นกระบวนการรับซื้อรังไหมได้เหมือนเดิม โดยในระหว่างวันที่ 1 - 3 พฤษภาคม 2564 มีการรับซื้อรังไหม แบบไลฟ์สด 11 พื้นที่ จากเกษตรกร  483 ราย รังไหม 24 ตัน รวมรายได้ 4.08 ล้านบาท  การรับซื้อรังไหม ที่บริษัท 4 พื้นที่ เกษตรกร 109 ราย รังไหม 7.3  ตัน รวมรายได้ 1.27  ล้านบาท  รวมรับซื้อรังไหมในระหว่าง 1 - 3 พฤษภาคม 2564 ใน 15 พื้นที่ เกษตรกร 592 ราย รังไหม 31.1 ตัน  สามารถสร้างรายได้รวมให้แก่เกษตรกร 5.35  ล้านบาท   



      จะเห็นว่า ถึงแม้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งส่งกระทบเป็นวงกว้างให้กับประชาชนหลายอาชีพ แต่สำหรับเกษตรกรหม่อนไหมที่ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัทจุลไหมไทยนั้น ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด บริษัทยังคงรับซื้อรังไหมของเกษตรกรตามปกติ โดยบริษัทได้ปรับเปลี่ยนการรับซื้อรังไหมแบบถ่ายทอดสดออนไลน์ทางเฟซบุ๊คนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563  ซึ่งในช่วงแรกแม้จะมีเกษตรกรบางรายไม่เข้าใจกับการรับซื้อในรูปแบบดังกล่าว แต่ในปัจจุบันนี้เกษตรกรเข้าใจแล้วว่า การปรับเปลี่ยนนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และมีข้อดี นั่นคือ เกษตรกรไม่ต้องเสียเวลาขายรังนาน รีบขาย รีบกลับ มีเวลากลับไปดูแลสวนหม่อน และการถ่ายทอดสดดังกล่าวก็ถูกบันทึกไว้เป็นวิดีโอ เกษตรกรสามารถตรวจสอบย้อนกลับกระบวนการรับซื้อรังไหมได้ตลอดเวลา

     "การพลิกวิกฤติเป็นโอกาสดังกล่าวนี้ ส่งผลให้อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่น่าสนใจ และเป็นทางเลือกให้เกษตรกรเลือกเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างต่อเนื่องและอย่างยั่งยืน" อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สวก.หนุนงานวิจัย “ไข่ผำ”...ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

  สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าพัฒนางานวิจัย      ขานรับนโยบาย รัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต ปฏิรูปภาค...