วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด..จับมือขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ตลาดโลก ดันไก่-หมูไทยโตโดดเด่น


         "เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด" คือแพลตฟอร์มกลางจากความร่วมมือของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ร่วมกันสร้าง Single Big Data โดยใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนําการผลิต ตั้งเป้าให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก”
         ความสำเร็จในการผลักดันสินค้าเกษตรไทยดังไกลในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นจาก การส่งออกเนื้อไก่ ที่กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกับผู้ประกอบการมุ่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตทั้งระบบ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ รับหน้าที่สำคัญในการทำให้สินค้าเนื้อไก่เป็นที่รู้จักของตลาดโลก ไทยจึงก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตไก่เนื้อเป็นอันดับ 8 ของโลก มีกำลังการผลิต 2.8 ล้านตันต่อปี และยังคงเป็นผู้นำด้านการส่งออกเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา ไทยมีปริมาณการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ถึง 9.4 แสนตัน มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท สิ่งที่ตามมานอกจากจะสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราที่นำมาพัฒนาประเทศแล้ว ผลประโยชน์ยังตกอยู่กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อทั้งระบบ รวมถึงเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ทั้งห่วงโซ่


          นอกจากไก่แล้ว หมูก็ควรผลักดันการส่งออกเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะโรค ASF ในสุกรที่สร้างความเสียหายกับอุตสกรรมหมูใน 30 ประเทศทั่วโลก แต่สถานการณ์นี้กลับทำให้เห็นภาพความร่วมมืออย่างจริงจังของผู้เกี่ยวข้องในวงการหมูของไทย โดยมีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ เป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันพัฒนาทั้งการผลิต การเลี้ยงในฟาร์มมาตรฐาน และผลักดันการส่งออก พร้อมทั้งช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างเข้มแข็ง ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่คงสถานะปลอดโรค ASF จนถึงปัจจุบัน ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยทางอาหารของหมูไทย จนกลายเป็นที่ต้องการของทุกประเทศ ยิ่งมีวิกฤตโควิด-19 เข้ามาสมทบ ทำให้หลายประเทศจับจ้องมาที่ไทย ในฐานะผู้ผลิตหมูปลอดภัย ปลอดโรค ASF โดยก่อนหน้านื้ไทยมีการส่งออกหมูได้เล็กน้อย ประมาณ 4,000 – 5,000 ตัวต่อวัน ตามแนวชายแดน และส่งออกฮ่องกงประมาณ 600-700 ตัวต่อวัน
          ล่าสุดกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนาม ระบุว่าเวียดนามจะอนุญาตให้นำเข้าหมูเป็นครั้งแรก เพื่อรับมือภาวะราคาสุกรที่เพิ่มสูงขึ้นของตลาดในประเทศจากสถานการณ์หมูขาดแคลนจากโรค ASF และการนำเข้าหมูครั้งแรกนี้จะมาจากไทย โดยนำเข้าสุกรพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หมู เพื่อนำไปผลิตลูกพันธุ์คุณภาพดีต่อไป
          นี่จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการผลักดันการส่งออกหมูให้มากขึ้น เพื่อสร้างให้ “หมูไทยผงาดในตลาดโลก” เหมือนกับที่ทำให้ไก่เนื้อของไทย กลายเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกติดระดับโลกได้อย่างสวยงาม ความร่วมมือของรมว.เกษตรฯ และ รมว.พาณิชย์อย่างเข้มแข็ง เป็นภาพสะท้อนวิสัยทัศน์และการมองการณ์ไกลของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อมุ่งผลักดันให้ไก่เนื้อและหมูไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสินค้าปศุสัตว์ของโลก ถือเป็นประโยชน์มหาศาลที่ประเทศไทยและเกษตรกรไทยทั้งระบบจะได้รับอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สวก.หนุนงานวิจัย “ไข่ผำ”...ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

  สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าพัฒนางานวิจัย      ขานรับนโยบาย รัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต ปฏิรูปภาค...