วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

กระทรวงเกษตรฯ จับมือ SCGP ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับนมไทย-เดนมาร์ค


         เมื่อวันที่ 6 พ.ย. น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับนมไทย-เดนมาร์ค ระหว่างองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กับบริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด และบริษัท กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ จำกัด พร้อมเปิดตัวใช้หลอดกระดาษ ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกนำร่องในผลิตภัณฑ์นม “ไทย-เดนมาร์ค แลคโตสฟรี" คาดออกสู่ตลาดต้นปี 2564 ช่วยลดการใช้หลอดพลาสติก 7 ล้านหลอด ลดปริมาณขยะพลาสติก 2.5 ตันต่อปี ณ ห้องประชุม Hall 1 อาคารเอนกประสงค์ ชั้น 10 บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)​ ถนนปูนซีเมนต์ไทย บางซื่อ กรุงเทพฯ 



          น.ส.มนัญญา กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เพื่อพัฒนาการใช้หลอดกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ให้มีประสิทธิภาพ สามารถลดการใช้พลาสติกในอุตสาหกรรมนม และเป็นผู้นำการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแผน Roadmap การจัดการขยะพลาสติกของประเทศ พ.ศ.2561-2573 พร้อมเปิดตัวใช้หลอดกระดาษ ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก โดยนำร่องใช้กับผลิตภัณฑ์นม “ไทย-เดนมาร์ค แลคโตสฟรี" นับเป็นแบรนด์แรกที่เลือกใช้หลอดกระดาษจากผู้ผลิตภายในประเทศโดยคาดการณ์ว่าพร้อมออกสู่ตลาดในไตรมาสแรก ของปี พ.ศ.2564 จะช่วยลดการใช้หลอดพลาสติก 7,000,000 หลอด ลดปริมาณขยะพลาสติก 2.5 ตันต่อปี โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมนมในประเทศต่อไป



      รมช.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจโภชนาการที่ดี และสนใจดูแลสุขภาพ ทำให้การบริโภคนมได้รับความนิยมมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังมีการรณรงค์ให้ผู้บริโภคดื่มนม จาก 18 ลิตร ต่อคน ต่อปี เพิ่มเป็น 25 ลิตร ต่อคน ต่อปี ภายในปี พ.ศ.2569 โดยกระทรวงเกษตรฯ และ อ.ส.ค. ได้ตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสิ่งแวดล้อม และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และจะร่วมมือกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ จึงได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาการใช้หลอดกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค แทนการใช้หลอดพลาสติก เป็นการส่งเสริมและตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความเสื่อมโทรมมากขึ้น ดังนั้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการนำสิ่งอื่นมาใช้ทดแทนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก การใช้ผลิตภัณฑ์จากกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติมาใช้ทดแทน เป็นต้น 

          ด้านนายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวว่า อ.ส.ค. เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีพันธกิจในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย รวมถึงเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายนมไทย-เดนมาร์ค ได้ร่วมกับบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ ใน SCGP พัฒนาหลอดกระดาษรวมถึงบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เพื่อลดปริมาณขยะภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการพัฒนาหลอดกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมและยกระดับสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ ใน SCGP ได้พัฒนาหลอดกระดาษเฟสท์ โดยตัวหลอดผลิตจากกระดาษสำหรับสัมผัสอาหาร ภายใต้มาตรฐานกระบวนการผลิตระดับสากล ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP-EU Standard สามารถย่อยสลายได้ภายใน 90 วัน ใช้นวัตกรรมการผลิตที่ทำให้หลอดโค้งงอมีปลายตัดสะดวกสำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย มีความแข็งแรงสามารถเจาะกล่องนมได้และใช้ดื่มนมได้จนหมดกล่อง

           ขณะที่นางวิมล จันทร์เทียร ผู้อำนวยการแบรนด์บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ ใน SCGP กล่าวว่า เฟสท์ ใน SCGP มีความมุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทุกระดับ มากกว่า 59 รายการ ที่ผลิตจากกระดาษสำหรับสัมผัสอาหารได้โดยตรง สะอาด ปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างทั้งในกลุ่ม Food Service และ Process Food ซึ่ง เฟสท์ ยังนำเสนอหลอดกระดาษอีก 4 รายการ ให้อ.ส.ค. พิจารณาใช้งานที่ร้าน Milk Land ได้แก่ หลอดกระดาษเฟสท์ 6 มม. สำหรับเครื่องดื่มเย็น หลอดกระดาษเฟสท์ 8 มม. และ 10 มม. สำหรับเครื่องดื่มปั่น และหลอดกระดาษเฟสท์ 12 มม. สำหรับชานมไข่มุก และบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Green Carton ซึ่งสามารถลดปริมาณการใช้กระดาษในการผลิตได้ถึง 20% แต่ยังคงคุณสมบัติกล่องที่แข็งแรง โดยปัจจุบันได้นำมาใช้สำหรับการขนส่งนม UHT ตราไทยเดนมาร์ค Kid D และนมโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์แบบรวมหน่วย หรือ Multi Pack ซึ่งผลิตจากนวัตกรรมกระดาษลูกฟูกลอนเล็ก ที่มีความแข็งแรง รองรับงานพิมพ์คุณภาพสูง เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าที่ต้องการความสวยงาม นับว่าเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ตามหลัก Circular Economy


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สวก.หนุนงานวิจัย “ไข่ผำ”...ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

  สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าพัฒนางานวิจัย      ขานรับนโยบาย รัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต ปฏิรูปภาค...